ประเทศ

5 ปัจจัยสำคัญสำหรับอายุที่ยืนยาวของน้องเหมียว

โดยปกติแล้ว น้องเหมียวจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 13-17 ปี คุณสามารถช่วยให้น้องเหมียวมีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุขได้ด้วยการหมั่นตรวจเช็คปัจจัยด้านสุขภาพทั้ง 5 ให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการตรวจเช็คปัจจัยด้านสุขภาพเหล่านี้อยู่เสมอเดือนละครั้งนั้น จะช่วยให้คุณสามารถตรวจพบปัญหาด้านสุขภาพต่างๆตั้งแต่เนิ่นๆ และหาทางแก้ไขได้รวดเร็ว

1. น้ำหนัก

หมั่นวัดน้ำหนักของน้องเหมียวอยู่เสมอด้วยการอุ้มน้องเหมียวและขึ้นไปยืนบนตาชั่งวัดน้ำหนักทั่วไป จากนั้นก็หักลบน้ำหนักของคุณเองออกไปจากน้ำหนักทั้งหมด นอกจากนี้คุณยังอาจสังเกตดูความเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักได้ด้วยการมองน้องเหมียวจากด้านบนและลองสังเกต “เอว” ที่ยื่นออกมาจากซี่โครง หรือลองเอามือลูบคลำไปที่เอวด้านบนของเขาดู คุณน่าจะสามารถสัมผัสเอวที่ยื่นออกมาจากฝั่งซี่โครงเขาได้ และคุณอาจตรวจเช็คน้ำหนักส่วนเกินของน้องเหมียวบริเวณง่ามขาและใต้ท้องของเขาด้วยเช่นกัน

หากคุณคิดว่าน้องเหมียวของคุณน้ำหนักเกินกว่ากำหนดล่ะก็ ลองปรึกษาสัตวแพทย์ของคุณดู คุณอาจช่วยลดน้ำหนักให้น้องเหมียวได้ด้วยการงดให้ขนมต่างๆกับน้องเหมียวไว้ก่อน และพยายามลดอาหารให้เหลือ 4 มื้อเล็กๆต่อวัน แทนการให้ 2 มื้อใหญ่แทน และอย่าลืมให้น้องเหมียวได้ออกกำลังกายด้วยล่ะ โดยอาจจะเริ่มอย่างช้าๆ ด้วยการให้เล่นในช่วงสั้นๆก่อน และค่อยๆให้ออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ

หากคุณคิดว่าน้องเหมียวของคุณผอมเกินไป - เช่น ผอมจนเห็นซี่โครง แล้วล่ะก็ พาเขาไปให้คุณหมอตรวจเช็คอย่างละเอียด

2. ขนและผิวหนัง

หมั่นเช็คขนของน้องเหมียวอยู่เสมอ - ปกติแล้ว ขนของน้องเหมียวควรมีความนุ่มลื่นตั้งแต่บริเวณศีรษะไปจนถึงปลายหางของเขา ลองตรวจเช็คขนตรงบริเวณศีรษะและตามบริเวณกระดูกสันหลังดูว่ามี เกล็ด สะเก็ด หรือรอยแผล อะไรหรือไม่
จากนั้น ลองไปตรวจเช็คที่โคนหางของเขา รวมไปถึงสะโพกและท้องเช่นกัน ซึ่งตรงบริเวณดังกล่าวนี้ คุณจะสามารถตรวจเช็คว่ามีเห็บหมัดมาอาศัยอยู่หรือไม่ โดยคุณอาจสังเกตเห็นจุดหรือเกล็ดเล็กๆสีดำหากมีเจ้าพวกนี้มาอาศัยอยู่บนตัวน้องเหมียวคุณ หากน้องเหมียวของคุณมีเห็บหมัด ลองปรึกษาเกี่ยวกับวิธีรักษากับคุณหมอดู

นอกจากนี้หมั่นตรวจเช็คสีขนของน้องเหมียวเช่นกัน ซึ่งควรมีสีสดและมันเงาอยู่เสมอ หากขนของน้องเหมียวดูหมองหม่นหรือไม่มันเงา น้องเหมียวอาจมีปัญหาสุขภาพแล้วล่ะ

3. ดวงตาและหู

ตรวจเช็จสุขภาพตาของน้องเหมียวด้วยการค่อยๆดึงเปลือกตาด้านล่างลงมาอย่างเบาๆ ซึ่งบริเวณนั้นควรเป็นสีชมพู นอกจากนี้ตรวจเช็คด้วยว่าลูกตาดำของเขามีขนาดปกติหรือไม่ จากนั้นพาน้องเหมียวไปยืนข้างหน้าต่าง และลองเปิดผ้าม่านดูว่าลูกตาดำของน้องเหมียวตอบสนองต่อแสงแดดอย่างไร นอกจากนี้หมั่นตรวจเช็คว่ามีของเหลวสีต่างๆ หรือน้ำในตาของน้องเหมียวมากเกินไปหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเกิดจากการติดเชื้อได้

นอกจากนี้ อย่าลืมตรวจเช็คหูของน้องเหมียวด้วยล่ะ ซึ่งควรสะอาดและมีสีชมพู แต่ไม่ควรเป็นสีชมพูสดจนเกินไป หูของเขาไม่ควรมีสิ่งสกปรกต่างๆหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เช่นกัน หมั่นเช็คขี้ผึ้งในหูอยู่เสมอ โดยเฉพาะขี้ผึงสีเข้ม ซึ่งอาจเกิดจากไรในหูหรืออาการติดเชื้อ

หากคุณพบเจอปัญหาเกี่ยวกับตาหรือหูของน้องเหมียว รีบปรึกษาสัตวแพทย์ของคุณทันที

4. ฟันและเหงือก

ตรวจเช็คสภาพฟันของน้องเหมียวด้วยการค่อยๆเปิดปากน้องเหมียวอย่างระมัดระวัง และค่อยๆตรวจสภาพฟันทุกซี่ของเขา เสาะหาว่ามีคราบสีเหลืองหรือน้ำตาลเข้มเกาะอยู่หรือไม่ หากพบเจอ คุณควรพาน้องเหมียวไปให้คุณหมอกำจัดออกให้

คุณอาจช่วยป้องกันคราบเหล่านี้ได้ด้วยการหมั่นพาน้องเหมียวไปให้คุณหมอทำความสะอาดช่องปากอยู่สม่ำเสมอ และอาจทำเองที่บ้านด้วยเช่นกัน ด้วยการหาซื้อแปรงสีฟันและยาสีฟันที่ออกแบบเฉพาะสำหรับน้องเหมียว และให้ขนมหรืออาหารเม็ดที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการก่อตัวของคราบสกปรกต่างๆ

5. ร่างกาย

หมั่นเช็คร่างกายของน้องเหมียวอยู่เสมอว่ามีก้อนหรือโหนกอะไรผิดปกติหรือไม่ โดยเอาทั้งสองมือของคุณลูบตั้งแต่บนศีรษะของเขาและค่อยๆเลื่อนไปที่ใต้คาง หลังขาหน้า ใต้ไหล่ของน้องเหมียว เลื่อนไปที่หลังและสะโพกของเขา และลงไปที่ขาแต่ละข้าง นอกจานี้หมั่นเช็คสภาพกรงเล็บและอุ้งเท้าของน้องเหมียวด้วยว่ามีรอยแผลหรือรอยแตกอะไรหรือไม่ หากคุณเจออะไรที่คุณรู้สึกกังวล ควรรีบพาไปให้คุณหมอตรวจเช็คดู

หากคุณหมั่นสัมผัสน้องเหมียวอยู่เสมอ คุณจะรู้ว่าว่าเวลาที่น้องเหมียวคุณสุขภาพดี พวกเขาจะมีลักษณะเป็นเช่นไร ดังนั้นจึงช่วยให้คุณสามารถสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติได้เร็ว ซึ่งการหมั่นเช็คสุขภาพต่างๆนี้จะช่วยให้น้องเหมียวได้ใช้ชีวิตอย่างมีแข็งแรงและมีความสุขไปนานๆ

®/TM Trademarks of Mars, Incorporated and its affiliates.
© Mars, Incorporated, 2017. All rights reserved