Whiskas imagery
ค้นหา

ใส่คีย์เวิร์ดที่ต้องการค้นหาด้านล่างเพื่อค้นหาบทความและผลิตภัณฑ์

แมวสายพันธุ์สยาม

ยังจำตัวละครแมวเหมียวซีและแอม

ยังจำตัวละครแมวเหมียวซีและแอม (Si & Am) จากเรื่องทรามวัยกับไอ้ตูบ (Lady and the Tramp) กันได้ไหมเอ่ย? แม้จะเป็นตัวละครที่ชอบหลอกล่อคนอื่น แต่มิตรภาพและความเป็นคู่หูที่เข้าขากันของทั้งคู่ก็เป็นเรื่องที่ยากจะลืมเลือน เช่นเดียวกับตัวละครฝาแฝดทั้งสองของดิสนีย์ แมวสยามได้รับความนิยมมากเพราะนิสัยที่เป็นมิตรและชอบเล่นสนุก

เนื่องจากมีขนสั้น แมวสยามจึงทนต่อสภาพอากาศหนาวเย็นและอากาศร้อนจัดได้ไม่ค่อยดี พวกเค้าอยู่ในสภาพอากาศที่ค่อนข้างอุ่นได้ดีกว่า

แมวสยามได้รับการบักทึกไว้ว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากวงศ์ฟีลิดี นอกจากนี้แมวหลายสายพันธุ์ก็สืบเชื้อสายมาจากแมวสยาม อย่างน้องแมวพันธุ์บาลินีส จาวานีส และเบงกอล

ลักษณะสำคัญของแมวสยาม:

  • น้ำหนัก – 3 – 6 กก.
  • ความสูง – 8 – 10 นิ้ว น้องแมวบางตัวอาจสูงได้ถึง 12 นิ้วเลย
  • อายุขัย – 15 – 20 ปี
  • ลักษณะขน – ขนสั้น เงางาม มาพร้อมแต้มสีที่โดดเด่น

ภาพรวมของแมวสยาม:

  • ความเป็นมิตร –  
  • การปรับตัว –   
  • เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น – 
  • เป็นมิตรกับคนแปลกหน้า – 
  • แนวโน้มที่จะน้ำหนักเกิน – 
  • สุขภาพโดยรวม –  
  • อายุขัย –
  • ความง่ายต่อการฝึก –
  • เหมาะกับมือใหม่หัดเลี้ยง – 

1 ดาว = คะแนนต่ำ/แย่
5 ดาว = คะแนนสูง/ดี

ลักษณะทางกายภาคของแมวสยาม:

แมวสยามมีหุ่นพร้อมเพรียว ลำคอและขาเรียวยาว ดูมีความคล่องแคล่วสูง พวกเค้ามีขนสั้นที่สวยเงางาม สีขนทั่วลำตัวมีสีอ่อน แต่มีแต้มสีเข้มบริเวณแขนขา แมวสยามโดยทั่วไปมีขนสีโดดเด่น ทั่วตัวอาจมีสีครีมหรือสีเทาเงิน ส่วนบริเวณใบหน้า หาง และอุ้งเทาจะมีแต้มสีเข้ม พวกเค้าดวงตาสีฟ้ารูปทรงกลมรีคล้ายเมล็ดอัลมอนด์ โดยดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายด้วยความรักและความซุกซน

สุขภาพ:

แมวสยามเป็นสายพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศทางตะวันออกในทวีปเอเชีย พวกเค้าจึงมีแนวโน้มเป็นโรคจำเพาะบางชนิด เช่น โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน โรคตับ โรคหัวใจ โรคไต และโรคระบบทางเดินอาหาร เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าตัวน้อยของคุณจะมีสุขภาพแข็งแรงไร้โรคภัยไข้เจ็บ คุณควรทำความเข้าใจสาเหตุ อาการบ่งชี้ และวิธีป้องกันโรคให้ดีกันก่อน

  1. โรคหัวใจ

    แมวสยามมักเป็นโรคหัวใจเนื่องจากโครงสร้างหัวใจไม่ทำงานผิดปกติ โรคหัวใจในแมวสยามอาจมีมาแต่กำเนิด (เกิดมาพร้อมโรค) หรือเกิดขึ้นมาทีหลัง (ซึ่งอาการจะพัฒนาในระยะหลังของชีวิต) เป็นสายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนา ซึ่งเป็นภาวะที่ผนังกล้ามเนื้อของหัวใจหนาขึ้นจนนำไปสู่ความผิดปกติของหัวใจและเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เจ้าเหมียวก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยอาการบ่งชี้ของโรคหัวใจ มีดังนี้:

    • หายใจลำบาก
    • ชีพจรอ่อน
    • หายใจเร็ว หัวใจเต้นเร็ว
  2. โรคไต

    เจ้าแมวสยามตัวน้อยมีความเสี่ยงต่อโรคไตสูง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการอุดตัน เนื้องอก หรือติดเชื้อ การเลียสารเคมีที่เป็นอันตรายโดยไม่ตั้งใจก็สามารถนำไปสู่โรคไตได้เช่นกัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม การทำงานของไตจะย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ โดยการรักษาจะมีทั้งการเลือกสูตรอาการเฉพาะสำหรับแมวป่วย การให้ยาบางชนิด และการฟอกไต อาการเตือนของโรคไตในน้องแมวจะมีดังต่อไปนี้:

    • อ่อนเพลีย
    • ปัสสาวะบ่อยขึ้น
    • เบื่ออาหาร
    • อาเจียนบ่อย
  3. โรคตับและภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน

    โรคตับและภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันพบได้บ่อยในน้องแมวพันธุ์นี้ มันอาจเกิดจากอายุที่มากขึ้น เกิดจากโรคลำไส้อักเสบและการติดเชื้อในถุงน้ำดีหรือเนื้อเยื่อไต ส่วนภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันมักเกิดจากการติดเชื้อปรสิต ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด และการบาดเจ็บ โชคดีที่ความผิดปกติของตับและตับอ่อนอักเสบรักษาได้ง่าย ด้วยการให้วิตามิน ยาปฏิชีวนะ และยาบรรเทาปวดอาการตามที่สัตวแพทย์แนะนำ สำหรับอาการเตือนที่พบได้บ่อยจะมีดังนี้:

    • มีแผลในกระเพาะอาหาร
    • อาเจียน
    • ท้องเสียและเบื่ออาหาร
    • ท้องบวมและปัสสาวะมากผิดปกติ

การกรูมมิ่ง:

แมวสยามเป็นพันธุ์ขนสั้น ซึ่งหมายความว่าพวกเค้าดูแลได้ง่ายกว่าแมวเมนคูนหรือแมวเปอร์เซียที่มีขนยาว เนื่องจากขนสั้น ขนจึงไม่ค่อยร่วง และต้องการแปรงขนเพียงสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเท่านั้น แนะนำให้เลือกใช้แปรงที่มีขนอ่อนนุ่มเพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคือง ไม่ควรแปรงแรง ๆ ให้แปรงช้า ๆ ไปตามทิศทางของเส้นขน และเมื่อแปรงขนเรียบร้อยแล้ว คุณอาจใช้ผ้าขนหนูเช็ดตามตัวเพื่อกำจัดขนที่หลุดร่วงออกไป นับว่าเป็นเรื่องโชคดีที่แมวสยามมีนิสัยน่ารัก เข้ากับคนง่าย พวกเค้าจึงไม่ค่อยมีปัญหากับการกรูมมิ่งมากนักหรือแทบไม่มีเลย

การตัดเล็บจะช่วยลดพฤติกรรมขีดข่วนหรือลับเล็บได้ดี รวมถึงลดโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณอุ้งเท้าด้วย ควรตัดเล็บให้พวกเค้าทุก ๆ 10 - 14 วัน สิ่งสำคัญคือต้องใช้กรรไกรตัดเล็บที่แหลมคมหรือกรรไกรที่สัตวแพทย์แนะนำ เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่สบายและบาดแผลที่อาจเกิดขึ้นได้ใน ขณะที่ตัดเล็บ นอกจากนี้ยังควรแปรงฟันให้พวกเค้าทุกวัน และควรพบสัตวแพทย์เพื่อเช็กสุขภาพเป็นประจำด้วย

การเล่น:

แมวสยามขึ้นชื่อเรื่องความขี้เล่นและเป็นมิตร เจ้าตัวน้อยสนุกสนานกับการเล่นเป็นอย่างมาก การเล่นกับพวกเค้าจะช่วยสร้างสายสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

ข้อควรรู้ในการเลี้ยงแมวพันธุ์นี้คือพวกเค้ามีพลังงานสูงมาก กระตือรือร้น และชวนเล่นสนุกได้ง่าย เพียงแค่มีกล่องลังสักกล่องก็เล่นซนได้ทั้งวันแล้ว หรืออาจเตรียมของเล่นฝึกหาอาหาร ไม้ล่อแมว และตุ๊กตาแทนก็ได้ เพื่อปลุกเร้าเจ้าตัวน้อยแสนซนให้รู้สึกสนุกและมีความสุข

  1. แมวสยามเข้ากับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นได้ดีหรือไม่?

    แม้ว่าแมวสยามจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวและหวงอาณาเขตไปบ้าง แต่ก็เข้ากับสัตว์เลี้ยงอื่นได้ดี ทั้งนี้เมื่อต้องเข้าหาเพื่อนใหม่หรือต้องเข้าสังคม แมวสยามส่วนใหญ่จะมีนิสัยส่งเสียงร้องออกมา

  2. แมวสยามเป็นมิตรหรือไม่?

    แมวสยามเป็นมิตรกับคนรอบข้างอย่างมาก พวกเค้าทั้งขี้เล่น ชอบเข้าสังคม เข้ากับคนได้ง่าย บวกกับความเฉลียวฉลาดที่มี ทำให้พวกเค้าเรียนรู้จะไว้ใจและโต้ตอบกับผู้คนได้อย่างรวดเร็ว

  3. แมวสยามใช้ชีวิตได้นานแค่ไหน?

    แมวสยามมีอายุค่อนข้างยืนยาวกว่าแมวส่วนใหญ่ มากกว่าแมวเมนคูนด้วยนะ พวกเค้ามีอายุโดยเฉลี่ยมากถึง 15 ปี และน้องแมวบางตัวก็อาจอยู่ได้นานถึง 20 เลย โดยพวกเค้ามีอายุขัยใกล้เคียงกับน้องแมวเปอร์เซีย เบอร์มีส และบาลินีส

  4. แมวสยามดูแลง่ายหรือไม่?

    เป็นสายพันธุ์ที่ง่ายต่อการดูแลมาก การแปรงขนเป็นประจำทุกสัปดาห์ก็เพียงพอต่อการป้องกันไม่ให้ขนหยาบกระด้างแล้ว แมวสยามควรอาบน้ำอย่างน้อยทุก ๆ 2 - 3 เดือน และตัดเล็บเป็นครั้งคราว แม้ว่าพวกเค้าจะไม่ค่อยมีปัญหาสุขภาพช่องปาก แต่การแปรงฟันสัปดาห์ละสองครั้งก็จะช่วยให้แน่ใจว่พวกเค้ามีช่องปากและฟันที่สะอาดมีสุขภาพดี

  5. แมวสยามชอบอาบน้ำหรือไม่?

    แมวสยามบางตัวก็ชอบเล่นน้ำ แต่บางตัวก็จะแสดงออกอย่างชัดเจนเลยว่าไม่เอนจอย แม้ว่าพวกเค้าจะเลียทำความสะอาดและกำจัดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกจากตัวเป็นประจำ แต่เจ้าของก็ควรอาบน้ำให้พวกเค้าทุก ๆ 2 - 3 เดือน หากน้องแมวมีขนยาวอาจต้องอาบน้ำบ่อยขึ้น โดยเปลี่ยนเป็นทุก ๆ ครึ่งเดือนแทน