Whiskas imagery

ประเทศ

สุขภาพ

วิธีทำให้ลูกแมวของคุณแข็งแรง
สุขภาพดี

5 สารอาหารที่จำเป็นในอาหารลูกแมว

อาหารของลูกแมว

“ลูกแมวนั้นมีความต้องการด้านอาหารที่ซับซ้อน ดังนั้นการเตรียมอาหารที่ตรงต่อความต้องการของพวกเขาจึงเป็นเรื่องสำคัญ’

5 สารอาหารที่จำเป็นในอาหารลูกแมว

อาหารลูกแมวที่ดีควรเป็นแบบไหน? ในวัยแรกเกิด น้ำนมจากแม่แมวถือเป็นอาหารลูกแมว1เดือนที่ดีสุด เนื่องจากนมแม่มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกายลูกแมวได้อย่างครบถ้วน แต่เมื่อเริ่มโตขึ้น คุณควรเลิกให้เจ้าเหมียวกินน้ำนมจากแม่แมวแล้วเปลี่ยนมาเป็นอาหารลูกแมวที่ผลิตขึ้นเพื่อแมววัยนี้โดยเฉพาะแทน เพราะจะช่วยให้เขาเริ่มปรับตัวเข้ากับอาหารที่แข็งขึ้น ทั้งยังได้รับสารอาหารที่จำเป็นในการเจริญเติบโตอีกด้วย

ร่างกายของลูกแมวเหมียวต้องการสารอาหารบางชนิดเป็นพิเศษ และต้องการสารอาหารมากกว่าแมวโตเสียอีก เนื่องจากเป็นวัยที่อยู่ในช่วงเติบโตและใช้พลังงานมาก! ดังนั้นการบำรุงเจ้าเหมียวของคุณด้วยอาหารลูกแมวจึงสำคัญเป็นอันดันต้นๆ เลยล่ะ ลูกแมวเป็นสัตว์กินเนื้อซึ่งแปลเขาว่าต้องการสารอาหารจากเนื้อสัตว์ในการเจริญเติบโต ทั้งเขี้ยว ลิ้น และระบบย่อยอาหารของเจ้าเหมียวล้วนถูกสร้างมาสำหรับการกินเนื้อสัตว์ นอกจากสารอาหารในอาหารแมวเล็กที่เหมาะสมแล้ว อาหารลูกแมวยังต้องย่อยง่าย เราจึงคิดค้นสูตรอาหารลูกแมวที่มาพร้อมสารอาหารจำเป็น และมีขนาดเล็กพอเหมาะกับท้องน้อยๆ ของเขาอีกด้วย

อาหารลูกแมวควรมีสารอาหารประเภทใดบ้าง?

โปรตีน

รู้หรือไม่ว่าลูกแมวนั้นต้องการโปรตีนมากกว่าคนถึง 4 เท่า โปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อลูกแมวมาก ร่างกายจะดูดซึมโปรตีนไปใช้ในกระบวนการต่างๆ ระหว่างที่เจ้าเหมียวเติบโต โปรตีนที่ว่านี้ผลิตขึ้นจากหน่วยเล็กๆ ที่เรียกว่ากรดอะมิโน เจ้าเหมียวต้องการกรดอะมิโนจำเป็นชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทอรีน อาร์จีนิน เมทไฮโอนีน หรือซิสเตอีน เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการสมองที่แข็งแรง สายตาแหลมคม และขนนุ่มสวย ร่างกายของเจ้าเหมียวไม่สามารถผลิตกรดอะมิโนจำเป็นเหล่านี้เองได้อยู่แล้ว ดังนั้นอาหารที่มีกรดอะมิโนจำเป็นจึงมีความสำคัญอย่างมาก

กรดไขมันจำเป็น

กรดไขมันจำเป็นช่วยบำรุงผิวหนัง ขน ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบเผาผลาญให้มีสุขภาพดี นอกจากนี้ยังให้พลังงานสูง ให้พวกเขามีแรงเล่นและเจริญเติบโตไปพร้อมๆ กัน แถมยังช่วยให้อาหารลูกแมวมีรสชาติดีขึ้นด้วย!

วิตามิน

อาหารลูกแมวจำเป็นต้องมีวิตามินด้วยหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการเผาผลาญต่างๆ หรือกระบวนการเจริญเติบโต โดยวิตามินจะมีหลากหลายชนิดและให้คุณประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น วิตามินเอช่วยบำรุงสายตา มีส่วนช่วยในการมองเห็น วิตามินดีช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก และวิตามินเคช่วยลดภาวะลิ่มเลือดเมื่อเจ้าเหมียวน้อยเกิดการบาดเจ็บ (แต่อย่าให้เกิดขึ้นเลยนะ!)

แร่ธาตุ

แร่ธาตุก็สำคัญกับเจ้าเหมียวน้อยไม่แพ้กัน โดยจะช่วยให้ร่างกายของเขาทำงานเป็นปกติและมีสุขภาพที่ดี แร่ธาตุที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับลูกแมวของคุณ ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม ซึ่งจะช่วยในการเติบโตของกระดูก เสริมสร้างระบบประสาท และการเผาผลาญของกล้ามเนื้อให้ทำงานเป็นปกติ โดยอาหารลูกแมวมีแร่ธาตุเหล่านี้ และออกแบบมาเฉพาะในปริมาณที่เหมาะกับลูกแมวเหมียววัยกำลังโตของคุณ

คาร์โบไฮเดรตและใยอาหาร

ลูกแมวสามารถใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานหรือเป็นแหล่งของใยอาหาร เส้นใยอาหารจะช่วยในการย่อยอาหาร เราจึงคิดค้นสูตรอาหารลูกแมวมาเป็นอย่างดีเพื่อให้ตรงกับความต้องการสารอาหารของลูกแมวตัวน้อยของคุณ

อาหารลูกแมววิสกัส® มีสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันของเจ้าเหมียวและมีรสชาติที่แสนอร่อย มาร่วมมอบอาหารลูกแมวที่ดีที่สุดให้แก่เจ้าเหมียวของคุณด้วยอาหารลูกแมววิสกัส® ให้เขาได้มีความสุขและมีสุขภาพที่แข็งแรงไปพร้อมๆ กัน

ตารางให้อาหารลูกแมว

เมื่อเจ้าเหมียวเติบโตขึ้น รูปแบบและปริมาณความต้องการของเจ้าเหมียวก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน คุณสามารถเลือกดูคำแนะนำสำหรับให้อาหารแมวเล็กได้จากตารางให้อาหารของเรา ซึ่งอธิบายว่าในแต่ละช่วงการเติบโต เจ้าเหมียวควรได้รับอาหารลูกแมววิสกัส® ปริมาณเท่าใดบ้าง

  • ตั้งแต่คลอดถึง 2 เดือน 

    ให้น้ำนมจากแม่แมว เมื่อลูกแมว1เดือนคุณสามารถเริ่มให้อาหารลูกแมวปริมาณน้อยๆเพื่อฝึกให้เจ้าเหมียวเริ่มหย่านมแม่

  • 2 ถึง 4 เดือน 

    เริ่มให้อาหารลูกแมววิสกัส® ชนิดเปียก 1 ซองต่อหนึ่งวัน และเริ่มผสมระหว่างอาหารเม็ดลูกแมวและอาหารลูกแมวชนิดเปียก โดยให้วันละ 4-5 ครั้ง

  • 4-6 เดือน 

    เพิ่มอาหารลูกแมวชนิดเปียกเป็น 2 ถึง 3 ซองต่อหนึ่งวัน ในกรณีที่เจ้าเหมียวทานอาหารแบบผสม ให้ผสมอาหารลูกแมวชนิดเปียก 2 ซอง กับอาหารเม็ดลูกแมวจำนวน 15-20 กรัม โดยให้วันละ 4-5 ครั้ง

  • 6-12 เดือน 

    ให้อาหารลูกแมวชนิดเปียก 3 ซองต่อหนึ่งวัน หรือผสมอาหารลูกแมวชนิดเปียก 2 ซองกับอาหารเม็ดลูกแมวจำนวน 20-25 กรัม และลดให้เหลือเพียงวันละ 2 หรือ 4 ครั้ง

    Whiskas®

การให้อาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักแมว

น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่บอกว่าลูกแมวได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน เราแนะนำให้ชั่งน้ำหนักลูกแมวเวลาเดิมทุกวัน เพราะจะช่วยให้คุณทราบถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ให้อาหารมากเกินไป (แม้จะห้ามใจได้ยากก็เถอะ!)

หลังลูกแมวอายุได้ 1 เดือน เราควรให้เขาทานอาหารลูกแมว1เดือนและน้ำเปล่า อาหารชนิดเปียกจะช่วยบำรุงตับและกระเพาะปัสสาวะ ส่วนอาหารเม็ดลูกแมวจะช่วยบำรุงฟันให้แข็งแรง ข้อสำคัญคือเจ้าเหมียวต้องได้รับทั้งอาหารชนิดเปียกและอาหารเม็ดลูกแมวในปริมาณที่เหมาะสม! เคล็ดลับเพื่อคุมน้ำหนักเจ้าเหมียวของคุณ ได้แก่ การตวงน้ำหนักอาหารก่อนให้ การปล่อยให้เจ้าเหมียวได้เล่นและออกกำลังกายอย่างเพียงพอ และการแบ่งอาหารประจำวันให้พวกเขาได้ทานหลายมื้อขึ้น สำหรับตารางน้ำหนักนี้จะแสดงน้ำหนักโดยประมาณในแต่ละช่วงอายุ

อายุ น้ำหนัก
1 - 2 เดือน 0.35 - 0.6 กก.
2 - 3 เดือน 0.8 - 1.2 กก.
3 - 4 เดือน 1.4 - 2.1 กก.
4 - 6 เดือน 1.8 - 2.8 กก.
6 - 9 เดือน 2.4 - 3.9 กก.
9 - 12 เดือน 3.5 - 5.0 กก.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารแมว

  1. ควรให้อาหารแบบใดกับลูกแมว1เดือน?

    สำหรับแมวแรกเกิด ลูกแมว1เดือน จนถึง 2 เดือน น้ำนมแม่ดีที่สุดสำหรับอาหารลูกแมว1เดือน เพราะมีดีเอชเอซึ่งช่วยในกระบวนการเจริญเติบโตระยะแรก นอกจากนี้น้ำนมแม่ยังอุดมไปด้วยโปรตีนที่จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้เจ้าเหมียวมีสุขภาพที่แข็งแรง

  2. ลูกแมวควรได้รับสารอาหารประเภทใด?

    ลูกแมวต้องการสารอาหารจำพวกโปรตีน กรดไขมันจำเป็น คาร์โบไฮเดรต แร่ธาตุ และวิตามินในปริมาณที่พอเหมาะ วิสกัส® มีอาหารลูกแมวให้เลือกหลากหลายชนิดที่จำเป็นต่อความต้องการของเขา ได้แก่ อาหารลูกแมวเปียก อาหารเม็ดลูกแมว 

  3. จะให้อะไรเจ้าเหมียวช่างเลือกดีนะ?

    ลูกแมว1เดือนจนถึง 1 ขวบ แต่ละตัวนั้นชื่นชอบรสชาติและเนื้อสัมผัสแตกต่างกันไป ลองให้อาหารลูกแมวชนิดเปียกและอาหารเม็ดลูกแมวผสมกัน หรือจะลองให้อาหารลูกแมววิสกัส® ที่เรามีให้เลือกสรรหลากหลายรสชาติ เพื่อดูว่าเจ้าเหมียวของคุณชื่นชอบแบบไหน

  4. ลูกแมวสามารถทานอาหารคนได้ไหม?

    การให้ลูกแมวทานอาหารคนอาจก่อให้เกิดอันตรายกับน้องได้ เนื่องจากพวกเขามีความต้องการด้านอาหารที่แตกต่างจากเรา เจ้าเหมียวต้องการสารอาหารที่จำเป็นประมาณ 40 ชนิดจึงจะครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ดลูกแมว อาหารลูกแมวเปียก หรืออาหารกึ่งเปียก

    เจ้าเหมียวเป็นสัตว์กินเนื้อ ร่างกายของเขาต้องการสารอาหารที่มาจากเนื้อสัตว์ ลูกแมวต้องการอาหารที่มีกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 11 ชนิดดังนี้

    1. อาร์จีนิน
    2. ฮิสทิดิน
    3. ไอโซลิวซีน
    4. ลิวซีน
    5. ไลซีน
    6. เมทไฮโอนีน
    7. ฟีนิลอะลานีน
    8. ทอรีน
    9. ทรีโอนีน
    10. ทริปโตแฟน
    11. วาลีน

    ทั้งกรดอะมิโนจำเป็นและสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ ควรทำมาจากเนื้อหรืออวัยวะต่างๆ ของสัตว์ (ตับ หัวใจ และไต) 
    ปลา วัว และสัตว์ปีก จึงจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะมีโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นกับลูกแมว และเป็นเนื้อที่สามารถนำไปสับ บด หรือผสม เพื่อให้ลูกแมวเหมียวสามารถทานได้อย่างสะดวก แต่ก็ไม่ควรให้ลูกแมวทานเนื้อปลาอย่างแซลมอนหรือปลาทูน่ามากเกินไป เนื่องจากปลาจำพวกนี้มีปรอทสูงซึ่งทำให้เกิดภาวะปรอทเป็นพิษได้ (ส่งผลให้เวียนศีรษะ สูญเสียการทรงตัวและการเคลื่อนไหว) ที่สำคัญอย่าลืมปรุงอาหารให้สุกอยู่เสมอเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและปรสิตต่างๆ ก่อนนำไปให้เจ้าเหมียวทาน

    นอกจากเนื้อสัตว์แล้ว เจ้าเหมียวก็ยังสามารถทานพืชเพื่อเอากากใยหรือเส้นใยต่างๆ ได้ ผักที่เราแนะนำให้เจ้าเหมียว ได้แก่ แครอท บรอกโคลี และผักขมที่ต้มหรือนึ่งจนสุกแล้ว ผักเหล่านี้เป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุชนิดต่างๆ สุดท้ายอีกเช่นเคย อย่าลืมล้างทำความสะอาดผักให้สะอาดก่อนนำไปปรุงอาหาร รวมถึงอย่าให้เจ้าเหมียวทานผักสดเนื่องจากร่างกายของพวกเขาไม่สามารถย่อยได้ และอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านการย่อยได้อีกด้วย

    1. แร่ธาตุ
    2. แคลเซียม 
    3. ฟอสฟอรัส 
    4. แมกนีเซียม 
    5. โซเดียม
    6. โพแทสเซียม
    7. คลอไรด์
    8. เหล็ก
    9. สังกะสี
    10. ทองแดง
    11. แมงกานีสเซเล
    12. ซีลีเนียม
    13. ไอโอดีน
    1. กรดอะมิโน
    2. .อาร์จีนิน
    3. ฮิสทิดิน
    4. ไอโซลิวซีน
    5. เมทไฮโอนีน
    6. ซีสเทอีน
    7. ลิวซีน
    8. ไลซีน
    9. ฟีนิลแอลานีน
    10. ทรีโอนีน
    11. ทริปโตแฟน
    12. ไทรโซลีน
    13. วาลีน
    14. ทอรีน
    1. วิตามิน
    2. วิตามินเอ
    3. วิตามินดี
    4. วิตามินอี
    5. วิตามินเค
    6. วิตามินบี1
    7. วิตามินบี2
    8. วิตามินบี6
    9. วิตามินบี3
    10. วิตามินบี5
    11. วิตามินบี12
    12. วิตามินบี
    13. โคลีน
    1. สารอาหารหลัก
    2. โปรตีน
    3. ไขมัน
    4. ไฟเบอร์
    1. กรดไขมัน
    2. กรดลิโนเลอิก
    3. กรดอะราคิโดนิก
    4. กรดไขมันแอลฟาไลโนเลนิก
    5. อีพีเอ
    6. ดีเอชเอ
  5. วิธีให้อาหารลูกแมวอายุต่ำกว่า 4 สัปดาห์ ?

    เมื่อลูกแมวโตขึ้น รูปแบบและประเภทของอาหารที่ทานย่อมเปลี่ยนไปตามการเจริญเติบโต อาหารลูกแมว1เดือนที่เหมาะสมที่สุดคือน้ำนมของแม่แมว เราต้องคอยตรวจดูว่าแม่แมวและลูกแมวอยู่ห่างจากสิ่งรบกวนทุกชนิด เพื่อให้แม่ได้ให้นมลูกแมวได้อย่างสงบ ลูกแมวควรอยู่ในที่อบอุ่นและอยู่ในท่านอนหงายที่สบายระหว่างดื่มนม หลังจากอายุเกิน 4 สัปดาห์ ควรให้ลูกแมวหย่านมแล้วเปลี่ยนมาเป็นอาหารลูกแมวแทน

  6. วิธีให้อาหารแมวอายุ 4 สัปดาห์ (ลูกแมว1เดือน) ถึง 4 เดือน?

    เมื่อเจ้าเหมียวของคุณอายุครบ 4 สัปดาห์ (ลูกแมว1เดือน) น้องน่าจะแสดงตัวว่าต้องการอาหารที่แข็งขึ้นแล้ว! อาหารลูกแมว1เดือนนั้น คุณสามารถลดการให้นมแมวแล้วเปลี่ยนมาให้อาหารเม็ดลูกแมวปริมาณน้อยๆ ได้ นอกจากนี้คุณจะลองผสมน้ำเปล่ากับอาหารเม็ดลูกแมวเพื่อให้เจ้าเหมียวได้ทานอย่างสะดวกก็ได้ หรือจะเปลี่ยนเป็นอาหารลูกแมวชนิดเปียกก็ไม่ว่ากัน แต่ต้องให้ในจานหรือภาชนะที่ก้นไม่ลึกเพื่อปรับให้น้องชินกับท่ากินที่ถูกต้อง เพราะการรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะด้วยอาหารที่เหมาะสมจะช่วยให้พวกเขาเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมีความสุข

  7. วิธีทำอาหารแมวเล็กให้น้อง?

    อาหารแมวเล็กแบบทำเองจากวัตถุดิบสดใหม่จากธรรมชาติจะช่วยเปิดโลกให้ลูกแมวของคุณได้รับรู้รสชาติและเนื้อสัมผัสแบบต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีพัฒนาการและเติบโตสมวัย แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ พวกเขาจึงทานเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่ได้ อย่างเนื้อไก่ เนื้อวัว และเนื้อปลา โดยจะต้องผ่านการสับหรือบดและปรุงให้สุกก่อน

    ลูกแมวต้องการโปรตีนมากกว่ามนุษย์ถึง 4 เท่า เพื่อจะให้เจ้าเหมียวได้รับสารอาหารเพียงพอ อาหารแมวเล็กที่ทำเองจึงควรมีโปรตีนอย่างต่ำ 70 กรัม ต่อพลังงาน 1,000 กิโลแคลของพลังงานที่เผาผลาญได้ หรือเท่ากับเนื้อไก่ประมาณ 220 กรัม หรือเนื้อปลา 320 กรัม และต้องผ่านการนึ่งหรือต้มจนสุกแล้วเท่านั้น ลูกแมวต้องการสารอาหารที่จำเป็นทั้งหมด 40 ชนิด จึงจะเพียงพอสำหรับพัฒนาการทางร่างกายที่ชอบเล่นและอยู่ไม่สุขของเขา เมื่อเจ้าเหมียวต้องการสารอาหารหลากหลายขนาดนี้ อย่าลืมเลือกอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยให้พวกเขาทาน! คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมว่าลูกแมวสามารถทานหรือไม่สามารถทานอาหารประเภทใดได้บ้างจาก “ลูกแมวสามารถทานอาหารคนได้หรือไม่?”

    แต่หากคุณไม่รู้วิธีทำอาหารแมวเล็กหรือไม่สะดวกทำ ไม่ต้องกังวลไป! อาหารลูกแมววิสกัส® คืออาหารแมวเล็กที่ดีที่สุดทั้งยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นสำหรับลูกแมวและยังมีหลากหลายรสชาติให้เลือกสรรด้วย

  8. ควรเปลี่ยนมาทานอาหารลูกแมวเมื่อไร?

    นอกจากอาหารแมว1เดือนแล้ว คุณสามารถให้ลูกแมวลองทานอาหารเม็ดลูกแมวปริมาณน้อยๆ ก่อนเพื่อให้เจ้าเหมียวคุ้นชินกับอาหาร และเมื่ออายุครบ 2 เดือนควรให้ลูกแมวหย่านมแม่แล้วเปลี่ยนจากอาหารแมว1เดือนมาเป็นอาหารลูกแมวชนิดเปียกแทน

  9. อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง?

    แม้คุณจะมีเจตนาดี แต่ก็ไม่ควรให้อาหารบางประเภทกับแมว เนื่องจากอาหารคนมีจำนวนแคลอรี่สูงและไม่มีสารอาหารที่จำเป็นกับลูกแมว อาหารที่เราทานบางประเภทจึงอันตรายต่อแมวอย่างมาก อย่างเช่น หัวหอม กระเทียม นม ผลิตภัณฑ์จากนมทุกชนิด แอลกอฮอล์ องุ่น ลูกเกด คาเฟอีน ช็อกโกแลต ไข่สด เนื้อสัตว์สด มันสัตว์ และกระดูก

  10. ลูกแมวควรดื่มอะไร?

    ควรให้ลูกแมวดื่มน้ำอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ด ลูกแมวไม่จำเป็นต้องทานนมแม่อีกหลังจากหย่านมแล้ว ดังนั้นให้เปลี่ยนมาให้น้ำเปล่าที่ใหม่และสะอาดแทนน้ำนม หมั่นดูแลให้เจ้าเหมียวดื่มน้ำที่สดใหม่ทุกครั้งที่พวกเขาต้องการ โดยปกติแล้วคุณควรจะให้น้ำเปล่าเมื่อเริ่มเปลี่ยนมาให้อาหารเม็ด ให้น้ำสะอาดในภาชนะก้นไม่ลึกในบริเวณที่พวกเขารู้สึกผ่อนคลายและไม่ให้อยู่ในที่เดียวกับที่ให้อาหาร ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจเสริมด้วยอาหารลูกแมวเปียกควบคู่กันไป เนื่องจากอาหารลูกแมวเปียกมีส่วนประกอบที่เป็นน้ำอยู่มาก การให้อาหารลูกแมวเปียกจะช่วยให้น้องได้รับปริมาณน้ำต่อวันมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคในระบบทางเดินปัสสาวะ 

  11. ควรให้อาหารลูกแมวบ่อยแค่ไหน?

    ในหนึ่งวันควรให้อาหารในปริมาณน้อยแต่บ่อย สำหรับลูกแมวอายุมากกว่า 3 เดือน ควรให้อาหารลูกแมววันละ 4 ถึง 5 มื้อ สำหรับลูกแมวอายุ 6 ถึง 12 เดือน ให้ลดเหลือเพียงวันละ 2 ถึง 4 มื้อ

มาคำนวณการให้อาหาร
ที่เหมาะกับลูกแมวของคุณกันเถอะ!

Global
ลิขสิทธิ์ © มาร์ส 2020 วิสกัส ®, เครื่องหมายการค้าของ มาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด และบริษัทในเครือของ มาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด