เช่นเดียวกับมนุษย์ แมวก็สามารถมีปัญหาทางเดินอาหารได้ หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยคือ แมวท้องเสีย เมื่อแมวท้องเสีย อาจเกิดจากความไวต่ออาหาร ปรสิต หรือการติดเชื้อที่รบกวนระบบย่อยอาหาร บางครั้งแมวอาจมี อุจจาระเหลว สีเหลือง เหม็น ซึ่งบ่งบอกถึงปัญหาทางเดินอาหาร แม้ว่ากรณีเล็กน้อยมักหายได้เอง แต่หากท้องเสียต่อเนื่อง อาจบ่งชี้ถึงปัญหาที่รุนแรงกว่า 

บทความนี้จะแนะนำสาเหตุทั่วไปของ แมวท้องเสีย อาการที่ควรสังเกต วิธีดูแลแมวที่บ้านอย่างปลอดภัย และวิธีป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เพื่อให้น้องแมวของคุณมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข

แมวท้องเสีย ถ่ายเหลว อันตรายไหม?

แมวท้องเสีย มักมีลักษณะอุจจาระเหลวหรืออุจจาระถี่ และอาจเกิดขึ้นเมื่ออาหารผ่านลำไส้เร็วเกินไป ทำให้การดูดซึมน้ำและสารอาหารสำคัญลดลง นำไปสู่ภาวะขาดน้ำและอ่อนเพลีย ควรจำไว้ว่าท้องเสียไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการของปัญหาที่อาจต้องได้รับการดูแล เนื่องจากภาวะขาดน้ำอาจเป็นอันตรายได้ หาก แมวท้องเสียถ่ายเหลว ต่อเนื่องหรือสภาพร่างกายแย่ลง ควรปรึกษาสัตวแพทย์ทันที

สาเหตุของอาการท้องเสีย

มีหลายสาเหตุที่ทำให้ แมวท้องเสีย ตั้งแต่ปัญหาทางเดินอาหารเล็กน้อยไปจนถึงโรคร้ายแรง การเข้าใจสาเหตุเหล่านี้ช่วยให้คุณระบุปัญหาที่เกิดขึ้นกับแมวและตอบสนองได้อย่างเหมาะสม

1. ปรสิตและโปรโตซัว

ปรสิตภายใน เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิตัวตืด และจิอาร์เดีย เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของ แมวท้องเสีย แมวสามารถติดเชื้อปรสิตหรือพยาธิจากดินที่ปนเปื้อน จากอุจจาระของแมวติดเชื้อหรือใช้กระบะทรายร่วมกับแมวตัวอื่นที่ติดเชื้อ โปรโตซัวยังสามารถแพร่เชื้อเมื่อแมวล่าเหยื่อหรือสัมผัสกับหนูในบ้านที่มีเชื้อ การถ่ายพยาธิเป็นประจำและรักษาความสะอาดช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้

2. ทานอาหารสกปรกหรือบูด

การกินอาหารบูดหรือปนเปื้อนสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในลำไส้ ส่งผลให้แมวท้องเสียหรือแมวถ่ายเหลวได้ แมวที่กินอาหารเหลือหรืออาหารที่เก็บไว้นานมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ

3. การเปลี่ยนอาหารอย่างฉับพลัน

ระบบย่อยของแมวไวต่อการเปลี่ยนอาหาร การเปลี่ยนอาหารอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิด แมวท้องเสีย ชั่วคราว ควรผสมอาหารใหม่กับอาหารเก่าอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหลายวัน

4. ภูมิแพ้อาหารและการระคายเคืองจากสารเคมี

แมวบางตัวอาจมีอาการแพ้อาหารหรือแพ้ส่วนประกอบบางชนิดในอาหาร เช่น ปลา ไก่ หรือผลิตภัณฑ์นม แมวหลายตัวย่อยแลคโตสไม่ได้ จึงทำให้อุจจาระเหลว การสัมผัสสารเคมีทำความสะอาด สารกำจัดศัตรูพืช หรือพืชที่เป็นพิษก็สามารถระคายเคืองกระเพาะและลำไส้ได้เช่นกัน

5. การติดเชื้อ

การติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และปรสิต เช่น แซลโมเนลลา หรือโคโรนาไวรัสในแมว สามารถรบกวนระบบทางเดินอาหารได้ ลูกแมวและแมวที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอมีความเสี่ยงสูง โดยการติดเชื้ออาจมีอาการร่วมอื่นนอกจากแมวท้องเสีย ถ่ายเหลวด้วย เช่น อาเจียนหรือมีเลือดปนในอุจจาระ

6. ความเครียดและการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม

แมวไวต่อสภาพแวดล้อมรอบตัว แมวอาจมีความเครียดจากการย้ายบ้าน การมีสัตว์เลี้ยงใหม่ เสียงดัง หรือการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวัน สามารถส่งผลต่อการย่อยอาหารและทำให้เกิด แมวท้องเสีย

7. โรคเรื้อรังหรือโรคเมตาบอลิก

การท้องเสียเรื้อรังอาจบ่งชี้ถึงโรคเรื้อรัง เช่น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ตับอ่อนอักเสบ หรือโรคไต แมวที่มีปัญหาเหล่านี้อาจมีอาการร่วม เช่น อาเจียน น้ำหนักลด หรือเบื่ออาหาร โรคเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและการดูแลระยะยาวจากสัตวแพทย์

8. สารพิษและยา

การสัมผัสสารพิษ เช่น ปุ๋ย พืชเป็นพิษ หรือยาของมนุษย์ สามารถทำให้กระเพาะและลำไส้ระคายเคืองและเกิด แมวท้องเสีย ได้ ยาบางชนิดที่สัตวแพทย์สั่งก็อาจมีผลข้างเคียงนี้ ควรปรึกษาสัตวแพทย์หากอาการเกิดขึ้นหลังเริ่มใช้ยาใหม่

วิธีสังเกตุอาการแมวท้องเสีย

เมื่อ แมวท้องเสีย สิ่งสำคัญคือสังเกตลักษณะ สี และกลิ่นของอุจจาระ เพราะสามารถบ่งบอกถึงความรุนแรงของอาการ แม้กรณีเล็กน้อยอาจหายเอง แต่บางอาการจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์ทันที 

  1. แมวถ่ายเหลวแต่ไม่ซึม: หากแมวถ่ายเหลวแต่ยังคงกระฉับกระเฉง อาการมักเกิดจากการกินอาหารที่ไม่เหมาะสมหรือเปลี่ยนอาหารอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่จะหายภายใน 1–2 วันเมื่อระบบย่อยปรับตัว
  2. แมวถ่ายเหลว สีเหลือง เหม็น: อุจจาระลักษณะนี้อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้หรือความไม่สมดุลของระบบย่อยอาหาร ควรเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิดเพราะการติดเชื้ออาจรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  3. อุจจาระสีน้ำตาลเหลวมีกลิ่นแรง: อุจจาระสีน้ำตาลมักเกี่ยวข้องกับอาหารที่แมวกิน แต่หากมีกลิ่นแรงหรือเหม็นผิดปกติ อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อหรือแพ้อาหารที่ต้องได้รับการดูแล
  4. อุจจาระสีดำหรือเหมือนยางมะตอย: เป็นสัญญาณเตือนที่รุนแรง อาจบ่งบอกถึงเลือดออกในระบบทางเดินอาหารหรือแผลในลำไส้ จำเป็นต้องพบสัตวแพทย์ทันที
  5. อุจจาระเหลวเป็นน้ำ: การถ่ายเหลวแบบน้ำทำให้แมวเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำสูง ควรให้แมวดื่มน้ำเพียงพอและพบสัตวแพทย์หากอาการเกิน 1 วัน
  6. อุจจาระมีเลือด: หากแมวถ่ายอุจจาระมีเลือดสดหรือมูก ถือเป็นเหตุฉุกเฉิน อาจบ่งบอกถึงการอักเสบในลำไส้ ปรสิต หรือการติดเชื้อ ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน 

หากแมวมีอาการอาเจียน ไข้ ซึม เบื่ออาหาร หรือ น้ำหนักลดร่วมด้วย ให้พาไปพบสัตวแพทย์ทันที อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงโรคร้ายแรง เช่น ลำไส้อักเสบติดต่อในแมว (feline distemper), ไวรัสโคโรนาในแมว (FCoV) หรือโรคอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

อาการลูกแมวท้องเสีย

อาการที่พบได้บ่อยเมื่อลูกแมวท้องเสีย ได้แก่:

  • ถ่ายบ่อย (มากกว่าปกติ 2 - 3 เท่า)
  • ถ่ายเหลวเป็นน้ำ
  • ถ่ายนอกกระบะทรายโดยไม่ตั้งใจ
  • มีอาการปวดท้อง
  • ตึงเครียดขณะขับถ่าย

โดยทั่วไปหากลูกแมว 3 สัปดาห์ท้องเสีย พวกเค้าจะมีอาการดีขึ้นภายใน 2 - 3 วัน แต่เจ้าของก็ควรเช็กให้แน่ใจด้วยว่าพวกเค้ากินน้ำในปริมาณที่เหมาะสม และควรสังเกตอาการโดยรวมอย่างใกล้ชิด หากเจ้าตัวน้อยอาการยังไม่ดีขึ้น หรือพบว่ามีไข้ อาเจียน เซื่องซึม เบื่ออาหาร และอุจจาระมีเลือดปนหรือมีสีดำ แนะนำให้รีบพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์ในทันที

แมวท้องเสีย ทำอย่างไรดี?

หากแมวท้องเสีย การสังเกตอย่างใกล้ชิดและดูแลอย่างอ่อนโยนสามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้ นี่คือสิ่งที่คุณควรทำเมื่อแมวของคุณท้องเสีย: 

1.สังเกตพฤติกรรมแมว: เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ กิจกรรม และความอยากอาหาร แมวที่ยังเล่นสนุกและตื่นตัวมักฟื้นตัวเร็ว ส่วนแมวที่ดูอ่อนแรงหรือเก็บตัวอาจต้องได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิด 

2.ตรวจดูอุจจาระและอาการอื่น ๆ: สังเกตสี เนื้อสัมผัส และกลิ่นของอุจจาระ 

3.ให้แมวดื่มน้ำเพียงพอ: แมวท้องเสียจะทำให้แมวขาดน้ำได้ โดยเฉพาะลูกแมว ควรมีน้ำสะอาดตลอดเวลา และพิจารณาเพิ่มอาหารเปียกหรืออาหารเสริมอิเล็กโทรไลต์ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ 

4.บันทึกอาการ: จดบันทึกความถี่ในการถ่าย สีอุจจาระ และการเปลี่ยนแปลงของความอยากอาหารหรือพฤติกรรม ข้อมูลนี้ช่วยให้สัตวแพทย์ระบุสาเหตุและแนวโน้มได้รวดเร็วขึ้น

การดูแลด้วยตนเอง: 

หากเจ้าเหมียวมีอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรง เจ้าของสามารถดูแลพวกเค้าเองที่บ้านได้ โดยทำตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ดังนี้:

  • เปลี่ยนอาหาร 

หากพบว่าเจ้าเหมียวมีอาการท้องเสียหลังเปลี่ยนมาให้อาหารชนิดใหม่ ควรหยุดและเปลี่ยนกลับไปให้อาหารเดิมทันที ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนมาให้อาหารใหม่ ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาท้องไส้ปั่นป่วน โดยสามารถทำตามคำแนะนำด้านล่างนี้:

วันที่ 1 และ 2: อาหารเดิมปริมาณ ¾ และอาหารใหม่ปริมาณ ¼ 

วันที่ 3 และ 4: อาหารเดิมปริมาณ ½ และอาหารใหม่ปริมาณ ½

วันที่ 5, 6 และ 7: อาหารเดิมปริมาณ ¼ และอาหารใหม่ปริมาณ ¾

ตั้งแต่วันที่ 8 เป็นต้นไป: อาหารใหม่ทั้งหมด

หากเจ้าเหมียวมีอาการท้องเสียจากการกินอาหารเดิม ให้ตรวจสอบว่าอาหารดังกล่าวมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากความต้องการของแมวจะเปลี่ยนไปตามช่วงวัย และการได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอก็อาจทำให้ระบบย่อยอาหารของพวกเค้าปั่นป่วนได้

  • กินน้ำให้เพียงพอ 

เตรียมน้ำสะอาดให้พร้อมและเข้าถึงได้ตลอดเวลา อาจสลับมาให้อาหารเปียก เพื่อช่วยให้เจ้าเหมียวได้รับน้ำเพิ่มขึ้น

  • ทำความสะอาดกระบะทราย 

ควรทำความสะอาดเป็นประจำเพื่อสุขลักษณะที่ดีทั้งของตัวคุณเองและเจ้าตัวน้อย

  • ให้พักผ่อนอย่างเต็มที่ 

ให้เจ้าเหมียวพักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่สงบและปลอดภัยเพื่อลดความตึงเครียด รวมถึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมหรือการเล่นที่สร้างความตื่นเต้นที่มากเกินไป

แมวท้องเสีย อาการไหนควรรีบพาไปหาสัตวแพทย์

แม้ว่า แมวท้องเสีย ที่ไม่รุนแรง อาจหายได้เอง แต่หากอาการต่อเนื่องหรือรุนแรง อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อน ซึ่งควรรีบพาไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

คุณควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์ทันทีหากพบอาการดังต่อไปนี้:

  • แมวท้องเสียถ่ายเหลว เกิน 24–48 ชั่วโมงโดยไม่ดีขึ้น

  • แมวถ่ายเหลว แต่ไม่ซึม หรือถ่ายบ่อยและไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะหากอุจจาระกระจัดกระจายทั่วบ้าน

  • แมวอ่อนแรง เบื่ออาหาร ร่วมกับท้องเสีย

  • แมวอ้วก(open in new tab) แมวอาเจียนร่วมกับ แมวท้องเสียถ่ายเหลว ซึ่งอาจทำให้ขาดน้ำอย่างรวดเร็ว

หากเป็นลูกแมวที่ แมวท้องเสียถ่ายเหลว ต้องรีบพบสัตวแพทย์ทันที เพราะร่างกายขนาดเล็กสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษา 

เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ สัตวแพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเลือด วิเคราะห์อุจจาระ และทำภาพถ่ายทางการแพทย์เพื่อหาสาเหตุของโรคทางเดินอาหารและสาเหตุอื่น ๆ

การให้อาหารแมวท้องเสีย: อาหารที่ควรให้และควรหลีกเลี่ยง

เมื่อ แมวท้องเสีย หนึ่งในขั้นตอนสำคัญในการฟื้นตัวคือการเลือกอาหารที่เหมาะสม อาหารที่ถูกต้องช่วยบรรเทาระบบย่อยอาหาร ลดการระคายเคือง และเร่งการฟื้นตัว ในขณะที่อาหารที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้อาการแย่ลง 

อาหารที่ควรให้แมวท้องเสีย

1. น้ำซุปใสไม่ปรุงรส

ให้แมวกินน้ำซุปไก่หรือน้ำซุปปลาเล็กน้อยโดยไม่ใส่เกลือ น้ำมัน หรือเครื่องปรุงรส น้ำซุปนี้ช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำ อิเล็กโทรไลต์ และพลังงานเบา ๆ โดยไม่ทำให้ลำไส้ทำงานหนัก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแมวที่ไม่ค่อยดื่มน้ำ

2. อาหารเปียกย่อยง่าย

อาหารเปียกมีความนุ่มและมีน้ำมากกว่าอาหารแห้ง ทำให้ย่อยง่าย ช่วยให้แมวคงความชุ่มชื้นและพักระบบย่อยอาหาร เลือกอาหารเปียกคุณภาพดีที่มีส่วนประกอบธรรมชาติเรียบง่าย หลีกเลี่ยงสูตรที่รวยไขมันหรือผ่านการแปรรูปมาก ตัวอย่างเช่น วิสกัส อาหารเปียก ที่ช่วยบรรเทาอาการ แมวท้องเสียถ่ายเหลว และเหมาะสำหรับแมวที่มีปัญหาทางเดินอาหาร

3. อาหารสูตรดูแลทางเดินอาหารโดยสัตวแพทย์

อาหารสำหรับแมวที่พัฒนาขึ้นโดยสัตวแพทย์และนักโภชนาการสัตว์ เหมาะสำหรับแมวที่ แมวท้องเสียถ่ายเหลว สูตรนี้ใช้โปรตีนย่อยง่าย ไขมันต่ำ และใยอาหารเสริมเพื่อสนับสนุนสุขภาพลำไส้ ใช้ได้ทั้งในกรณีท้องเสียชั่วคราวและโรคทางเดินอาหารเรื้อรัง

อาหารที่ไม่ควรให้เมื่อแมวท้องเสีย

1. นมวัว

แม้ว่าจะเป็นความเชื่อที่นิยม แต่นมวัวไม่เหมาะสำหรับแมว เพราะแมวส่วนใหญ่ย่อยแลคโตสไม่ได้ การดื่มนมมักทำให้เกิด แมวถ่ายเหลว สีเหลือง เหม็น หรืออุจจาระเหลว จึงควรหลีกเลี่ยงโดยสิ้นเชิง

2. อาหารทอด อาหารมัน หรืออาหารคน

แมวไม่สามารถย่อยอาหารมันหรืออาหารคนที่ปรุงรสจัดได้อย่างเหมาะสม การให้แมวกินอาหารทอด เศษเนื้อ หรืออาหารมันๆ ที่มนุษย์ทานอาจทำให้อาการ แมวท้องเสีย แย่ลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบตับอ่อน ควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารคนทุกชนิดในช่วงที่แมวฟื้นตัว

วิธีป้องกันแมวท้องเสีย

การป้องกัน แมวท้องเสีย เริ่มจากการดูแลอย่างเหมาะสม โภชนาการ(open in new tab) และความสะอาด เนื่องจากระบบย่อยอาหารของแมวไวต่อการเปลี่ยนแปลง แม้แต่สิ่งเล็กน้อยหรือปัจจัยแวดล้อมก็สามารถทำให้ท้องเสียได้ ด้วยการปฏิบัติตามขั้นตอนป้องกันง่าย ๆ เหล่านี้ คุณสามารถช่วยให้แมวมีระบบย่อยอาหารที่สมดุลและแข็งแรง 

1. เปลี่ยนอาหารอย่างค่อยเป็นค่อยไป (7–10 วัน)

การเปลี่ยนอาหารอย่างฉับพลันเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของ แมวท้องเสียถ่ายเหลว หากต้องการเปลี่ยนแบรนด์หรือชนิดอาหารใหม่ (เช่น จากอาหารแห้งเป็นอาหารเปียก) ควรผสมอาหารใหม่กับอาหารเก่าอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วง 7–10 วัน เริ่มจากสัดส่วนน้อย ๆ แล้วค่อยเพิ่ม ทำให้ระบบย่อยอาหารของแมวปรับตัวโดยไม่ระคายเคืองหรือท้องเสีย

2. ให้อาหารสดและน้ำสะอาดเสมอ

อาหารที่ทิ้งไว้นานหรือน้ำที่ไม่สะอาดสามารถเป็นแหล่งเชื้อแบคทีเรียและปรสิต ซึ่งอาจทำให้ แมวถ่ายเหลว สีเหลือง เหม็น อาเจียน หรือเกิดการติดเชื้อในลำไส้

ควรทำเป็นนิสัย: 

  • ให้อาหารแมวคุณภาพดีและสดใหม่เท่านั้น
  • ล้างชามอาหารและน้ำทุกวัน
  • เปลี่ยนน้ำดื่มบ่อย ๆ เพื่อให้สะอาดและปลอดภัย

3. ดูแลบ้านให้ปลอดภัยและปราศจากสารเคมี

แมวชอบเลีย ดม และสำรวจรอบตัว ทำให้หากมีสารทำความสะอาด ผงซักฟอก หรือสารเคมีอื่น ๆ ตกค้างและแมวกินเข้าไปก็อาจระคายเคืองระบบย่อยอาหาร จนแมวท้องเสียได้ 

เพื่อป้องกันการทานสารพิษเข้าไป:

  • เก็บผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอย่างปลอดภัย
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีแรงบริเวณที่แมวกินหรือเล่น
  • เช็ดพื้นผิวด้วยน้ำสะอาดหลังทำความสะอาด 

4. ตรวจสุขภาพและถ่ายพยาธิเป็นประจำ

การตรวจสุขภาพประจำช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพก่อนลุกลาม สัตวแพทย์สามารถตรวจพบอาการเริ่มต้นของโรคทางเดินอาหาร ตับ ไต หรือการอักเสบในลำไส้ การถ่ายพยาธิประจำปีสำคัญมาก เพราะปรสิตภายในเป็นสาเหตุหลักของ แมวท้องเสีย ปฏิบัติตามตารางการฉีดวัคซีนและควบคุมปรสิตของสัตวแพทย์เพื่อสุขภาพลำไส้ในระยะยาว

5. หลีกเลี่ยงสมุนไพรหรือยาบ้านที่ไม่ได้รับการยืนยัน

แม้ว่าสมุนไพรบางชนิดดูเหมือนไม่เป็นอันตราย แต่หลายชนิดที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์สามารถเป็นพิษต่อแมว ทำให้ตับเสียหายหรือทำให้ แมวท้องเสียถ่ายเหลว แย่ลง อย่าให้สมุนไพร อาหารเสริม หรือยา OTC กับแมวโดยไม่ได้ปรึกษาสัตวแพทย์ ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อนทดลองการรักษาใหม่

6. หลีกเลี่ยงอาหารและขนมของมนุษย์

อาหารคนมักรสจัดหรือมีไขมันสูงเกินไปสำหรับแมว ทำให้สมดุลการย่อยอาหารเสีย ควรให้แมวกินอาหารแมวครบถ้วนตามโภชนาการ และแนะนำให้ลองขนมใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป เลือกขนมแมวคุณภาพสูงจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้เพื่อป้องกันปัญหาระบบย่อยอาหาร